อ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ
มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชื่อ วัชรมน วัฒนายากร เลขที่ 13 ห้อง ม.5/5
เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)
ส่วนที่ 1 : เนื้อหาและภาพประกอบ
AI : Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง
เป้าหมายคือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์(ทั้งฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์) โดยให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ รวมทั้งเลียนแบบความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์ ดังต่อไปนี้ ระบบต่างๆจะต้องมีความสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ ซึ่งการทำงานที่ต้องใช้การประสานงาน ระหว่างส่วนต่างๆ (โรโบติก - Robotics) ใช้อุปกรณ์ที่สามารถรับทราบ และตอบสนอง ด้วยพฤติกรรม และภาษา (ระบบการมอง และ การออกเสียง) การเลียนแบบความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจของมนุษย์ (ระบบผู้เชี่ยวชาญ) ระบบดังกล่าว ยังต้องแสดง ความสามารถทางตรรกะ การใช้เหตุผล สัญชาตญาณ และใช้หลักการสมเหตุสมผล
(common sense) ที่มีคุณภาพ ในระดับเดียวกับมนุษย์
(common sense) ที่มีคุณภาพ ในระดับเดียวกับมนุษย์
ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ มุมมองต่อ AI ที่แต่ละคนมีอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการความฉลาดโดย คำนึงถึงพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงการคิดได้ของผลผลิต AI ดังนั้นจึงนิยาม AI ตามความสามารถที่มนุษย์ต้องการให้มันแบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้
- มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่นคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) คอมพิวเตอร์มองเห็น รับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (sensor)
- หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ เช่น ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
- machine learning หรือคอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนไปได้
- การสร้างเครื่องจักรที่ทํางานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทําโดยมนุษย์
Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ แต่ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร
Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง
-ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ
- การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ
- การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ
Act rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น agent (agent เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลคือ agent ที่กระทำการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น agent ในระบบขับรถอัตโนมัติที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้จึงจะเรียกได้ว่า agent กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น agent ในเกมหมากรุกมีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 :คําถาม
1.เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน
บอกถึงความหมายของ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ คือคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถคล้ายมนุษย์ หรือสามารถเลียนแบบมนุษย์ได้ โดยเป้าหมายหลักคือการเลียนแบบมนุษย์ตั้งแต่ระบบการประสานงานของส่วนต่างๆ ไปจนถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้า พฤติกรรมต่างๆ การใช้เหตุผล สัญชาติญาณ เป็นต้น
โดย AI สามารถแบ่งตามความสามารถได้ 4 กลุ่ม คือ
1.Acting Humanly : การกระทำคล้ายมนุษย์
2.Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์
3.Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล
4.Act rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล
2. ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ "ต่อตนเองหรือส่วนรวม" คืออะไร
ต่อส่วนรวม : ได้ความสะดวกสบายเพราะสามารถนํามาใช้ในประกอบการภาคธุรกิจในการทํางานบัญชี การซื้อขายหรือการติดต่อกับทางต่างประเทศและสามารถนํา AI มาจัดการวางแผนในการทํางานใหญ่ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ หรือให้คําปรึกษาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทางที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดและได้ประโยชน์สูงสุดหรือทางที่เสี่ยงน้อยมากที่สุด
ต่อตนเอง: ได้ความสะดวกสบายในการทํางานรายงานของนักเรียน ตัวอย่างเช่นทํารายงานเกี่ยวกับสถิติ ก็จะทําให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน โดยไม่ตกหล่นและไม่มีข้อผิดพลาด หรือจะเป็นผู้ช่วยในการปรึกษาแนวทางการปฏิบัติรายงานให้ทํางานเป็นขั้นเป็นตอน และตรวจสอบงานให้ถูกต้องที่สุดได้ และช่วยในเรื่องของหารคํานวณตัวเลขที่จํานวนมากๆ ทําให้สามารถคํานวณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ต่อส่วนรวม : ได้ความสะดวกสบายเพราะสามารถนํามาใช้ในประกอบการภาคธุรกิจในการทํางานบัญชี การซื้อขายหรือการติดต่อกับทางต่างประเทศและสามารถนํา AI มาจัดการวางแผนในการทํางานใหญ่ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ หรือให้คําปรึกษาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทางที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดและได้ประโยชน์สูงสุดหรือทางที่เสี่ยงน้อยมากที่สุด
ต่อตนเอง: ได้ความสะดวกสบายในการทํางานรายงานของนักเรียน ตัวอย่างเช่นทํารายงานเกี่ยวกับสถิติ ก็จะทําให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน โดยไม่ตกหล่นและไม่มีข้อผิดพลาด หรือจะเป็นผู้ช่วยในการปรึกษาแนวทางการปฏิบัติรายงานให้ทํางานเป็นขั้นเป็นตอน และตรวจสอบงานให้ถูกต้องที่สุดได้ และช่วยในเรื่องของหารคํานวณตัวเลขที่จํานวนมากๆ ทําให้สามารถคํานวณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
3.นักเรียนนําสิ่งที่ได้รับจาการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตจริง
1.ฝึกพัฒนาทักษะตนเองให้ดีอยู่เสมอ เพราะในอนาคตAIเหล่านี้อาจจะทํางานแทนเรา ถ้าหากเราไม่พัฒนาศักยภาพตนเอง ก็จะไม่มีงานทําในอนาคตและAI จะแย่งงานของเราไปทั้งหมด
2.ใช้ประโยชน์จากAI แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะนํามาช่วยในกระบวนการคิดในบางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจะทําให้ในอนาคตคิดเองไม่เป็นต้องพึ่งแต่ AI เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ AI แต่พอดี ช่วยเพียงบางเรื่องที่เราไม่สามารถทําได้จริงๆไม่ใช่ให้ AI ทําทุกสิ่งจนสุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
3.ใช้ AI ในการคิดประมวลผลที่จําเป็นต้องไม่ผิด โดยให้ AI เป็นคนตรวจสอบกระบวนการทํางานอีกครั้งหนึ่งเป็นการตรวจทานในงานของเรา
1.ฝึกพัฒนาทักษะตนเองให้ดีอยู่เสมอ เพราะในอนาคตAIเหล่านี้อาจจะทํางานแทนเรา ถ้าหากเราไม่พัฒนาศักยภาพตนเอง ก็จะไม่มีงานทําในอนาคตและAI จะแย่งงานของเราไปทั้งหมด
2.ใช้ประโยชน์จากAI แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะนํามาช่วยในกระบวนการคิดในบางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจะทําให้ในอนาคตคิดเองไม่เป็นต้องพึ่งแต่ AI เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ AI แต่พอดี ช่วยเพียงบางเรื่องที่เราไม่สามารถทําได้จริงๆไม่ใช่ให้ AI ทําทุกสิ่งจนสุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
3.ใช้ AI ในการคิดประมวลผลที่จําเป็นต้องไม่ผิด โดยให้ AI เป็นคนตรวจสอบกระบวนการทํางานอีกครั้งหนึ่งเป็นการตรวจทานในงานของเรา

