Monday, February 4, 2019

อ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ

มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

ชื่อ วัชรมน วัฒนายากร   เลขที่ 13 ห้อง ม.5/5 
เรื่อง ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence)


ส่วนที่ 1 : เนื้อหาและภาพประกอบ


AI : Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง
 เป้าหมายคือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์(ทั้งฮาร์ดแวร์ และ ซอฟต์แวร์) โดยให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ รวมทั้งเลียนแบบความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์ ดังต่อไปนี้ ระบบต่างๆจะต้องมีความสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ ซึ่งการทำงานที่ต้องใช้การประสานงาน ระหว่างส่วนต่างๆ (โรโบติก - Robotics) ใช้อุปกรณ์ที่สามารถรับทราบ และตอบสนอง ด้วยพฤติกรรม และภาษา (ระบบการมอง และ การออกเสียง) การเลียนแบบความเชี่ยวชาญและการตัดสินใจของมนุษย์ (ระบบผู้เชี่ยวชาญ) ระบบดังกล่าว ยังต้องแสดง ความสามารถทางตรรกะ การใช้เหตุผล สัญชาตญาณ และใช้หลักการสมเหตุสมผล 
(common sense) ที่มีคุณภาพ ในระดับเดียวกับมนุษย์
ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ มุมมองต่อ AI ที่แต่ละคนมีอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการความฉลาดโดย คำนึงถึงพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงการคิดได้ของผลผลิต AI ดังนั้นจึงนิยาม AI ตามความสามารถที่มนุษย์ต้องการให้มันแบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้
Image result for AI


Acting Humanly : การกระทำคล้ายมนุษย์ เช่น
- สื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (natural language processing) อย่างหนึ่ง เช่น เพื่อน ๆ ใช้เสียงสั่งให้คอมพิวเตอร์พิมพ์เอกสารให้
- มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่นคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) คอมพิวเตอร์มองเห็น รับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (sensor)
- หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ เช่น ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ
- machine learning หรือคอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้ได้ โดยสามารถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อม ที่เปลี่ยนไปได้
- การสร้างเครื่องจักรที่ทํางานในสิ่งซึ่งอาศัยปัญญาเมื่อกระทําโดยมนุษย์
Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์ เช่น การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ แต่ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร
Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง 
-ใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ 
- การศึกษาความสามารถในด้านสติปัญญาโดยการใช้โมเดลการคำนวณ
การศึกษาวิธีการคำนวณที่สามารถรับรู้ ใช้เหตุผล และกระทำ
Act rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น agent (agent เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลคือ agent ที่กระทำการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น agent ในระบบขับรถอัตโนมัติที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้จึงจะเรียกได้ว่า agent กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น agent ในเกมหมากรุกมีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น



ส่วนที่ 2 :คําถาม

1.เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน

บอกถึงความหมายของ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ คือคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถคล้ายมนุษย์ หรือสามารถเลียนแบบมนุษย์ได้  โดยเป้าหมายหลักคือการเลียนแบบมนุษย์ตั้งแต่ระบบการประสานงานของส่วนต่างๆ ไปจนถึงการตอบสนองต่อสิ่งเร้า พฤติกรรมต่างๆ การใช้เหตุผล สัญชาติญาณ เป็นต้น
โดย AI สามารถแบ่งตามความสามารถได้ 4 กลุ่ม คือ 
1.Acting Humanly : การกระทำคล้ายมนุษย์
2.Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์
3.Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล
4.Act rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล

2. ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้ "ต่อตนเองหรือส่วนรวม" คืออะไร

ต่อส่วนรวม : ได้ความสะดวกสบายเพราะสามารถนํามาใช้ในประกอบการภาคธุรกิจในการทํางานบัญชี การซื้อขายหรือการติดต่อกับทางต่างประเทศและสามารถนํา AI มาจัดการวางแผนในการทํางานใหญ่ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจระหว่างประเทศ หรือให้คําปรึกษาในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในทางที่ดีที่สุดเหมาะสมที่สุดและได้ประโยชน์สูงสุดหรือทางที่เสี่ยงน้อยมากที่สุด
ต่อตนเอง: ได้ความสะดวกสบายในการทํางานรายงานของนักเรียน ตัวอย่างเช่นทํารายงานเกี่ยวกับสถิติ ก็จะทําให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน โดยไม่ตกหล่นและไม่มีข้อผิดพลาด หรือจะเป็นผู้ช่วยในการปรึกษาแนวทางการปฏิบัติรายงานให้ทํางานเป็นขั้นเป็นตอน และตรวจสอบงานให้ถูกต้องที่สุดได้ และช่วยในเรื่องของหารคํานวณตัวเลขที่จํานวนมากๆ ทําให้สามารถคํานวณได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

3.นักเรียนนําสิ่งที่ได้รับจาการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตจริง


1.ฝึกพัฒนาทักษะตนเองให้ดีอยู่เสมอ เพราะในอนาคตAIเหล่านี้อาจจะทํางานแทนเรา ถ้าหากเราไม่พัฒนาศักยภาพตนเอง ก็จะไม่มีงานทําในอนาคตและAI จะแย่งงานของเราไปทั้งหมด
2.ใช้ประโยชน์จากAI แต่ไม่ใช่ทั้งหมด อาจจะนํามาช่วยในกระบวนการคิดในบางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะจะทําให้ในอนาคตคิดเองไม่เป็นต้องพึ่งแต่ AI เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ AI แต่พอดี ช่วยเพียงบางเรื่องที่เราไม่สามารถทําได้จริงๆไม่ใช่ให้ AI ทําทุกสิ่งจนสุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
3.ใช้ AI ในการคิดประมวลผลที่จําเป็นต้องไม่ผิด โดยให้ AI เป็นคนตรวจสอบกระบวนการทํางานอีกครั้งหนึ่งเป็นการตรวจทานในงานของเรา



Monday, August 27, 2018


Hi Welcome to my Blog !!


 ❤ ยินดีต้อนรับทุกคนนะคะ ❤ 

:::  ประวัติส่วนตัว  :::
นางสาววัชรมน วัฒนายากร

ชื่อเล่น ลูกหยี  ขณะนี้อายุ 17 ปี
กําลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5
สาย ภาษาอังกฤษ-ภาษาฝรั่งเศสค่าา ◕‿◕✿

ในวันนี้หยีจะกล่าวถึงประสบการณ์การเดินทางไปศึกษาต่อและเที่ยวที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิตค่ะ

 ในเช้าวันหนึ่งวันธรรมดาทั่วๆไปของหยี หยีกําลังเข้าแถวเคารพธงชาติเหมือนทุกๆคนในทุกๆเช้าที่ไปโรงเรียน ในวันนั้นเอง ได้มีคุณครูท่านนึงได้ประชาสัมพันธ์เรื่อง

"โครงการ Overseas Course"
เป็นการนํานักเรียนที่มีความต้องการจะฝึกทักษะการพูด อ่าน  เขียนและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเป็นระยะเวลา21วันตั้งแต่วันที่ 1-22 ตุลาคม 2560 
ในโครงการนี้จะนํานักเรียนไปศึกษาที่ Purley Language Collegeช่วงตั้งแต่ 8.00 น.จนถึง 12.00 น.

และตั้งแต่ 13.00น.เป็นต้นไป ทางโรงเรียนจะนํานักเรียนไปทัศนศึกษาที่ต่างๆภายในและรอบๆลอนดอน

เมื่อเวลา 17.30 น.จะกลับถึงโรงเรียนหลังจากนั้นจะมีครอบครัวชาวอังกฤษมารับดูแลพวกเราต่อ 

 ซึ่งหยีเองได้มีความสนใจในภาษาอังกฤษและต้องการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอยู่แล้วจึงลงสมัครในโครงการ โดยค่าใช้จ่ายในโครงการนี้ราคา 135,000 บาทรวมตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน,อาหาร3มื้อ,ค่าโฮสต์,ค่ารถโดยสาร,ค่าประกันชีวิต,ค่าธรรมเนียมวีซ่าและค่าใช้จ่ายหลักสูตรเรียน 


ภายในโครงการครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมจํานวน 45 คน ครูผู้ดูแลอีก 3 ท่าน และมาเซอร์1ท่าน นักเรียนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5และ6 ส่วนหยีในขณะนั้นเป็นนักเรียนม.4 เพียงคนเดียว เรียกได้ว่าเป็นพี่ที่โตสุดในโครงการนี้เลยค่ะ จึงต้องดูแลน้องๆที่เหลืออีก 45 คน

ในวันแรกที่หยีได้ขึ้นเครื่องบินหยีตื่นเต้นมากเลยค่ะที่จะได้บินออกประเทศสักที เย้! ขณะนั้นหยีได้นั่งที่ใกล้ๆกับคุณครูผู้ดูแลโครงการนี้ด้วย หยีคิดว่าหยีค่อนข้างโชคดีนะเนี่ย ! 
แต่!! ความเป็นจริงไม่เลยค่ะ ข้างหลังของหยีเป็นฝรั่งที่กําลังจะกลับประเทศตัวเองพร้อมลูกชายตัวน้อยๆทั้งสองและคุณแม่ที่อยู่อีกฝั่ง รู้ใช่มั้ยคะอะไรเกิดกับหยี หึหึ... ครอบครัวของฝรั่งไม่นอนเลยค่ะ คุณพ่อคอยใช้นิ้วจิ้มที่เบาะหนูเพื่อกดปุ่มดูหนังหรือเล่นเกมตลอดเวลา ส่วนลูกชายคนเล็กหลับปุ๋ย ลูกชายคนโตกําลังเล่นกับคุณแม่อย่างเสียงดัง ใช่ค่ะ หยีไม่ได้นอนไป 3ชั่วโมงหลังจากเสียงเริ่มเงียบลงไปและการจิ้มปุ่มของคุณพ่อลดลงไม่นานลูกชายคนเล็กตื่นขึ้นมาค่ะ T^T นางตื่นมาหัดอ่านตัวอักษรซึ่งนั่นก็ทําให้หยีนอนไม่ได้เลยตลอดไฟล์ท12ชม. และหลังจากลงเครื่องต้องไปเที่ยวต่อเลย อหหหห ไม่เป็นไรค่ะหยีสตรองพอ ≡(▔﹏▔)≡

เป็นทริปที่ได้ความรู้และประสบการณ์ชีวิตมามายเลยล่ะค่ะ >ω< ! ถ้าเพื่อนๆพี่ๆมีโอกาสได้ไปก็อยากจะให้ลองไปเที่ยวดู ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆแต่ก็ทําให้ได้รับรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มเท่าตัวเลยล่ะค่ะ !!

⊙▽⊙ ขอบคุณทุกคนมากเลยค่ะ ! ⊙▽⊙